สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ

แสดง 12 จาก 19 รายการ

บ้านสิงห์ธรรม
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
21/04/2564
บ้านสิงห์ธรรม

บ้านสิงห์ธรรม

อ่านต่อ →

3,820
อุทยานแห่งชาติแม่ปืม
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
06/12/2562
อุทยานแห่งชาติแม่ปืม

อุทยานแห่งชาติแม่ปืม มีเนื้อทีประมาณ 356 ตารางกิโลเมตร หรือ 222,500 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัดคือ จังหวัดเชียงราย ที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยปุย เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปืมและป่าแม่พุง อำเภอพาน อำเภอป่าแดง จังหวัดเชียงราย เนื้อที่ประมาณ 220 ตารางกิโลเมตร หรือ 137,431 ไร่ อำเภอแม่ใจ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ฮ่องป้อ ป่าห้วยแก้ว และป่าแม่อิงฝั่งซ้าย กิ่งอำเภอภูกามยาว เนื้อที่ 248 ตารางกิโลเมตร หรือ 155,000 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชัน และมีพื้นที่บนเขาน้อยมาก เป็นต้นกำเนิดลำน้ำสำคัญ 2 สายคือลำน้ำแม่แก้ว ตลอดสายธารน้ำมีลักษณะเป็นโขดหินที่สวยงาม และลำห้วยแม่ปืม ที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำแม่ปืม ทั้งสองลำน้ำสำคัญมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติ และยังเป็นต้นน้ำสำคัญ ภายในอุทยานฯ แม่ปืมจึงมีสถานพักผ่อน บรรยากาศดีริมอ่างเก็บน้ำแม่ปืม เป็นสถานที่เที่ยวหลักที่คุณสามารถนั่งปิกนิกชมวิวริมทะเลสาบกับครอบครัว หรือจะตั้งแคมป์ไฟกับเพื่อนฝูง เพลิดเพลินกับกิจกรรมตกปลาและพายเรือยางสนุกๆ ยามเช้ายังมีทะเลหมอกสวยงาม ส่วนยามเย็นก็มีวิวพระอาทิตย์อัสดงกลางผืนน้ำทะเลสาบงดงามไม่น้อยหากยังมีเวลาในการพักผ่อนเหลือเฟือ คุณจะเลือกเดินศึกษาธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำแม่ปืม ก่อนกลับจะไปแวะนมัสการวัดพระบาทตากผ้า ที่มีลานหินตากผ้าขนาดใหญ่ รอยเท้าพระพุทธบาทจำลอง และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่มีน้ำไหลออกมาจากโขดหินเกือบตลอดทั้งปีให้ชมด้วย

อ่านต่อ →

2,092
วัดนันตาราม
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
03/12/2562
วัดนันตาราม

วัดนันตาราม ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 13 ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ไม่ปรากฏว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใด เดิมเรียก "จองม่าน" หรือ "จองคา" เพราะมุงด้วยหญ้าคา โดย พ่อหม่อง โพธิ์ชิต อริยภา บริจาคที่ดินเนื้อที่ 3 ไร่เศษ เป็นสถานที่ก่อสร้าง ร่วมกับ พ่อเฒ่าอุบล บุญเจริญ จนสำเร็จเรียบร้อย มีฐานะเป็น อาราม (ขึ้นตรงต่อคณธสงฆ์พม่าในขณะนั้น) ประชาชนทั่วไปนิยมเรียก "วัดม่าน" หรือ "จองเหนือ" เพราะอยู่ทางทิศเหนือของเทศบาลตำบลเชียงคำ จองม่าน หรือ จองเหนือ อยู่ในสภาพล้มลุกคลุกคลานมาหลายชั่วคน เพราะขาดผู้ดูแล ต่อมาในปี พ.ศ.2467 พ่อเฒ่าตะก่าจองนันตา(อู๋) วงศ์อนันต์ คหบดีชาวปะโอ(ตองสู้) ผู้รับสัมปทานทำไม้ให้กับบริษัทค้าไม้ต่างชาติ เป็นผู้มีศรัทธาแรงกล้าที่จะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ได้เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบูรณะปรับปรุงเสนาสนะ ให้มีความมั่นคงแข็งแรง สมเป็นพุทธสถาน และต่อมาแม่เฒ่าจ๋ามเฮิง ประเสรฺฐกูล ได้ร่วมบริจาคที่ดินจำนวน 5 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา สร้างวิหารหลังใหม่ โดยพ่อตะก่าจองนันตา(อู๋) รับเป็นเจ้าภาพสร้างวิหารหลังปัจจุบัน โดยว่าจ้างช่างชาวพม่าจากจังหวัดลำปาง มาออกแบบและทำการก่อสร้างเป็นวิหารไม้ทั้งหลัง รูปทรงสถาปัตยกรรมแบบพม่าตอนล่าง หลังคาหน้าจั่วยกเป็นช่อชั้นลดหลั่นกันสวยงาม มุงด้วยไม้แป้นเกร็ด เพดานประดับประดาด้วยกระจกสีลวดลายวิจิตร ไม่ซ้ำกัน สิ้นค่าก่อสร้างประมาณ 45,000 บาท การปฏิสังขรณ์และก่อสร้างจองม่านครั้งใหญ่ ใช้เวลาร่วม 10 ปี นับเป็นมหากุศลที่ยิ่งใหญ่ของจองม่าน พ่อเฒ่าตะก่าจองนันตา(อู๋) ต้นตระกูลวงศ์อนันต์ คหบดีชาวปะโอ ที่มีจิตใจศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ตั้งใจปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนมิได้ขาด มีความเพียรในการรักษาอุโบสถศีล นอนวัดตลอดฤดูพรรษา ทั้งยังเสียสละลริจาคทรัพย์เป็นเจ้าศรัทธามนการปฏิสังขรณ์เสนาสนะ และสร้างวิหารถวายเป็นสมบัติในพระพุทธศาสนา ได้รับการยกย่องจากพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีและเป็นอนุสรณ์ของพ่อเฒ่าตะก่าจองนันตา(อู๋) จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดจากจองม่าน เป็น "วัดนันตาราม" เพื่อเป็นเกียรติแด่ท่านและตระกูล "วงศ์อนันต์’’

อ่านต่อ →

831
วัดพระนั่งดิน
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
03/12/2562
วัดพระนั่งดิน

วัดพระนั่งดิน ตั้งอยู่ ตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เป็นวัดที่องค์พระประธานของวัดไม่มี ฐานรองรับเหมือนกับพระประธานองค์อื่นๆ เคยมีราษฎรสร้างฐานรองรับเพื่ออัญเชิญพระประธานขึ้นประดิษฐานบนฐานรองรับ แต่ปรากฏว่าพยายามยกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น จึงเรียกสืบต่อกันมาว่า พระนั่งดิน นอกจากนี้ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าขานสืบกันมาว่า เคยมีชาวบ้าน ได้พากันสร้างฐานชุกชีแล้วได้อันเชิญพระเจ้านั่งดินขึ้นประทับ แต่ได้เกิดเหตุอัศจรรย์ฟ้าได้ผ่าลงมาที่กลางพระวิหารถึง 3 ครา พุทธบริษัททั้งหลายจึงอาราธนาพระเจ้านั่งดินมาประดิษฐานบนพื้นดินดังเดิมตราบจนทุกวันนี้ การเดินทาง ถ้าใช้รถส่วนตัว ใช้ทางหลวงหมายเลข 1148 ลงไปทางทิศใต้ ห่างจากอำเภอเชียงคำ 4 กิโลเมตร วัดพระนั่งดินตั้งอยู่ทางขวามือ

อ่านต่อ →

2,111
วัดพระธาตุขิงแกง
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
03/12/2562
วัดพระธาตุขิงแกง

วัดพระธาตุขิงแกง วัดเก่าแก่ที่สำคัญของอำเภอจุน ดินแดนที่ครั้งหนึ่งเป็นเมืองโบราณสมัยเดียวกับเมืองพะเยา พระธาตุขิงแกงแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของอำเภอจุน องค์พระธาตุได้บรรจุพระเกศาธาตุและพระธาตุกระดูกเท้าข้างขวาของพระพุทธเจ้าไว้ มีตานานพระธาตุขิงแกงจากพระธรรมตานานพระธาตุขิงแกงดังนี้ ปางเมื่อพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ในเชตวัดอาราม เมืองสาวัตถี เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้สัพพัญญูได้ ๑๕ พรรษา ในค่าคืนหนึ่งพระพุทธองค์ทรงบรรทมในคันธกุฏิ ในพระเชตวัดเวลาใกล้รุ่งทรงดาริว่าบัดนี้เราก็มีอายุได้ ๖๐ ปีแล้ว แล้วเมื่ออายุ ๘๐ ปี ก็จักปรินิพพานและควรที่เราจะอธิษฐานธาตุให้ย่อยเป็น ๓ ประการ ให้คนและเทวดาแจกไว้เป็นที่บูชา เสมือนแทนตัวเราเมื่อยังอยู่นี้เถอะ เหล่าพุทธอายุน้อยนักสัตว์ทั้งหลายอันล่วงแล้ว แต่ก่อนได้อธิษฐานธาตุให้ย่อยแล้วได้ไปไว้ตั้งยังสถานที่ใด เราก็จักทานายยังสถานที่นั้น พระพุทธองค์ทรงดาริว่าเราควรจะไปโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลายและตั้งศาสนาไว้ในมัชฌิมาประเทศ กับปัจจัยประเทศและเมื่อนั้นพระพุทธองค์ผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณาธิคุณ หลังออกพรรษาแล้ว พระองค์พร้อมด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย มีพระโสณเถระ พระรัตนเถระ และพระอานันท์เถระ เป็นบริวาร มีพระอินทร์เป็นผู้กางฉัตร ตามเสด็จพระพุทธองค์และยังมีพระเจ้าอโศก เจ้าเมืองกุสินารายญ์ ถือรองเท้าทิพย์ และไม้เท้าเสด็จตามอุปฐากพระพุทธองค์ เสด็จออกจาป่าเชตวันมาตามลาดับในวันแรม ๑ ค่า เดือนอ้าย พระพุทธเจ้าก็เสด็จออกจากเมืองสาวัตถีมาโดยลาดับ มาสู่นับพรมรับข้าวบิณฑบาตแม่ครัวแล้ว พระองค์ก็เลียบขึ้นมาตามฝั่งแม่น้าระมิงค์ เสด็จถึงที่นั้นประทานพระเกษาธาตุ แล้วก็เสด็จมาถึงดอยสุเทพ มาสู่บุปผาราม ฝาง เชียงดาว แล้วไปตับเต่าถึงสบฝาง ฉันข้าวข้างแม่น้า และเลียบฝั่งแม่น้าเสด็จขึ้นไปแสนหวีถึงวิเทหนคร อยู่จาพรรษาที่นั้น เทศนาเนมิราช สุทินราชและนาราถจปัณณะ หลังจากออกพรรษาแล้วก็เสด็จมาเมืองลือ ประทานพระเกษาธาตุเมืองสิงหะ แล้วเสด็จมาประทานพระเกศาธาตุที่จอมทอง แล้วมาเมืองพยาด มาเมืองเชียงแสนเสด็จไปดอยตุง แล้วไปภูเขาปูแก้ว และไปจอมกิตติ ไปสบจันผาประทับรอยพระบาทที่นั่น และแล้วพระองค์ก็ยืนห่มจีวรแล้วไปประทับนอนอยู่เหนือก้อนหินก้อนหนึ่ง จากนั้นก็เสด็จไปยอดดอยแห่งนั้น และตรวจดูสัตว์โลกทั้งหลาย จึงเสด็จไปสันทรายประทับรอยพระบาทที่นั่น จึงเสด็จมาหัวด้วน ทรงเหยียบพระบาทให้ยักษ์อุปฐาก จึงเสด็จไปจอมแว่ดูปงปู่เต้า และเมืองพะเยา ยังมียักษ์ตนหนึ่งมันไม่ได้กินอาหารมานานเจ็ดวันแล้ว พบเห็นพระพุทธเจ้ามันหมายจะจับกินแต่ไล่พระองค์ไม่ทันไล่จนหมดแรง ณ ที่นั้นพระพุทธเจ้าก็ได้เอาฝ่าเท้าเหยียบก้อนหินก้อนหนึ่ง พอยักษ์เห็นรอยเท้าพระพุทธองค์แล้วมันก็กล่าวว่า “ชายผู้นี้มีเรี่ยวแรงนักหนอ เหยียบจนยุบเป็นรอย เหตุนี้เราจึงกินมันไม่ได้” และแล้วพระพุทธองค์ก็ปรากฏให้ยักษ์เห็นพระองค์ จึงทาให้พระธาตุขิงแกงมีรูปปั้นยักษ์ยืนอยู่บริเวณพระธาตุ เพื่อคอยดูแลปกป้องพระธาตุแห่งนี้ และด้านหน้าพระวิหารจะพบกับรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ดังตานานที่กล่าวไว้ พระธาตุขิงแกง เป็นองค์เจดีย์ที่มีความงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีการผสมผสานระหว่างรูปแบบงานศิลปะของล้านนาและมีกลิ่นอายของงานศิลปะไทใหญ่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ ประดิษฐานพระพุทธรูปในซุ้มเรือนแก้วทั้งสี่ด้าน ช่วงกลางของเจดีย์ประดับกระจกสี องค์เจดีย์มีกาแพงแก้วล้อมรอบและมีเจดีย์องค์บริวารทั้งสี่มุม องค์พระธาตุเป็นทรงล้านนาคล้ายกับพระธาตุสบแวนที่อำเภอเชียงคา แต่ขนาดใหญ่กว่า ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของจังหวัดพะเยา และในวันขึ้น ๑๕ ค่า เดือน ๕ หรือที่ทางภาคเหนือเรียกว่า เดือน ๗ เป็ง จะมีประเพณีสรงน้าพระธาตุขิงแกงทุกปี

อ่านต่อ →

2,241
วัดศรีชุม
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ
03/12/2562
วัดศรีชุม

ประวัติพระเจ้าทันใจ วัดก้างหงส์ดอนไจย ส(ปัจจุบันวัดแห่งนี้ถูกย้ายมาตั้งวัดใหม่ ชื่อวัดศรีชุม ห่างจากบริเวณวัดเดิมประมาณ100เมตร) บ้านศรีชุม อ.ดอกคำใต้ เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นด้วยทองสัมฤทธิ์ ศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง ปางสมาธิขัดเพชร ประทับบนแท่นบัวสองชั้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสกุลช่างหลวงเมืองพะเยา หน้าตักกว้าง 25 นิ้ว สร้างขึ้นในยุคทองของอาณาจักรล้านนา อายุราว 7-800 ปี ได้สูญหายไปจากวัดนานเกือบ 80 ปีแล้ว ชาวบ้านได้พยายามสืบเสาะหา ในขั้นต้นได้สร้างองค์จำลอง เพื่อรำลึกถึงองค์จริงที่สูญหายไป และเพื่อไว้ให้ชาวบ้านได้บูชา สักการะ ต่อมา นายจีรเดช ศรีวิราช นายกเทศมนตรีเมืองดอกคำใต้ ได้ประสานกับ นายพิศาล เตชะวิภาค (ต้อย เมืองนนท์) รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่อง พระบูชาไทย จนสืบทราบว่า พระเจ้าทันใจ อยู่ในความครอบครองของ นายวิชัย รักศรีอักษร ประธานบริหารกลุ่มคิงเพาเวอร์ จึงขออนุญาตเจ้าของตรวจสอบพุทธศิลป์ จนได้ประจักษ์ต้องตามพุทธลักษณะของพระเจ้าทันใจ ซึ่ง นายวิชัย ยินดีที่จะมอบพระพุทธรูปพระเจ้าทันใจวัตถุโบราณอันล้ำค่าคืนสู่แหล่งพุทธสถานเดิมที อ.ดอกคำใต้ โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ เพื่อเป็นการทำบุญให้แก่ครอบครัว และบริวารทั้งหลาย นายจีรเดช ศรีวิราช นายกเทศมนตรีเมืองดอกคำใต้ กล่าวว่า จากการที่ได้ศึกษาประวัติ พระเจ้าทันใจวัดก้างหงส์ดอนไจย บ้านศรีชุม อ.ดอกคำใต้ พบว่า พุทธสถานแห่งนี้ในอดีตเคยเจริญรุ่งเรือง เป็นวัดที่ได้รับการทำนุบำรุงอย่างดีจากศรัทธาสาธุชน มีพระสงฆ์สามเณรปฏิบัติมั่นคง ดำรงมั่นอยู่ในขันธสีมาแห่งนี้ ซึ่งพระเจ้าทันใจก็ได้สร้างขึ้นเมื่อยุคนั้น ต่อมาความเจริญได้พัฒนาถึงที่สุด ก็ตกอยู่กระแสแห่งสัจธรรม คือ รุ่งโรจน์แล้วก็ต้องร่วงโรยวัดดังกล่าวถูกทอดทิ้งให้อยู่ในสภาพรกร้าง โดยเฉพาะองค์พระเจ้าทันใจก็ถูกทอดทิ้งให้อยู่ใต้ต้นมะค่าหลวงเป็นเวลานาน กระทั่งผู้คนได้เริ่มกลับมาอยู่อาศัยในบริเวณบ้านเมืองแห่งนี้ ก็พากันกราบไหว้ขอพรจากพระเจ้าทันใจให้ช่วยปลดเปลื้องอุปสรรคปัญหาให้หมดสิ้น และสมหวังดังอธิษฐาน จนเป็นที่ร่ำลือถึงพุทธานุภาพ เกิดความเลื่อมใสศรัทธา เป็นที่โจษขานกันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าทันใจ ถึงขนาดให้ความสำคัญว่า พระเจ้าทันใจองค์นี้สามารถบันดาลในจิตอธิฐานที่ขอพรให้สัมฤทธิ์ผล เกิดความเจริญรุ่งเรืองได้ตามปรารถนา ปีใดเกิดฟ้าฝนแล้งไม่ตกต้องตามฤดูกาล ผู้คนในยุคนั้นก็พากันจัดเครื่องสักการบูชา แห่แหนกันไปขออำนวยอวยพรโดย นำ “ใบน้ำหนอง” ใส่ในใต้ฐานองค์พระเจ้าทันใจ แล้วพากันตั้งจิตอสัจจะอธิฐานขอน้ำขอฝน ก็จะได้รับสายฝนโปรยปรายตกลงมาให้ชาวบ้านได้ชุ่มเนื้อ เย็นใจ ได้ทำการกสิกรรม ทำไร่ ทำนา ประกอบสัมมาอาชีพได้ตามความปรารถนาแต่หากปีใดฝนตกหนักน้ำท่วมไร่นาเสียหาย ชาวบ้านก็จะนำเครื่องสักการะไปนมัสการกราบไหว้ แล้วเอา “ใบลมแล้ง” (ใบต้นคูณ) ใส่ใต้ฐานองค์พระเจ้าทันใจ ขอพรอย่าให้ฝนตกมากเกินไป ก็จะได้เห็นประจักษ์สัมฤทธิ์ผลทุกคราไป จนถือว่า พระเจ้าทันใจเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอำเภอดอกคำใต้ ที่ต้องถวายความเคารพและไปนมัสการกราบไหว้เป็นประจำทุกปี หลังจากที่พระเจ้าทันใจได้สูญหายไปชาวบ้านก็ได้สร้างองค์จำลองขึ้นมา เพื่อใช้เป็นองค์แทนองค์จริงใช้ประกอบพิธีนมัสการตราบจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะได้พระเจ้าทันใจองค์จริงกลับคืนมา ซึ่งก็ทำให้ชาวบ้านรวมถึงชาวอำเภอดอกคำใต้ และชาวพะเยาทุกคนต่างดีใจกลับการกลับคืนมาของพระเจ้าทันใจเป็นอย่างมาก ส่วนเหตุการณ์ที่ “พระเจ้าทัน” ได้สูญหายไปจาก วัดก้างหงส์ดอนไจย บ้านศรีชุม อ.ดอกคำใต้ นั้น ประมาณยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านเมืองเกิดข้าวยากหมากแพง วิถีชีวิตคนเป็นอยู่อย่างอัตคัดขัดสน ศาสนสถานวัดก้างหงส์ดอนไจย ถูกทอดทิ้งอีกครั้งหนึ่ง ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่ามี ทหาร ได้นำเอาพระพุทธรูปเจ้าทันใจออกไปจากวัดก้างหงษ์ โดยชาวบ้านไม่กล้าทัดทานขัดขวาง เพราะกำลังอยู่ในสภาพเสียขวัญ จากพิษภัยสงครามแม้จะไม่ใช่ผลกระทบโดยตรง แต่ก็เกิดทำให้เกิดความทุกข์ยากลำบากกันไปทุกย่อมหญ้า พระเจ้าทันใจวัตถุโบราณอันล้ำค่ายิ่ง ก็เหลือเพียงแต่กิตติศัพท์ให้เล่าขานกันเป็นเพียงตำนานอยู่ในความทรงจำตลอดมา ปัจจุบันพระเจ้าทันใจ ได้กลับมาประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีชุม อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เพื่อให้บรรดาพุทธศาสนิกชน ได้มากราบนมัสการและเยี่ยมชมพระวิหารอันงดงามซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์พระเจ้าทันใจ

อ่านต่อ →

567
12ถัดไป →
RSS Feed

rss.description

rss.openrss.addReader